10 อันดับสหกรณ์ออมทรัพย์ปี 2562

ผลประกอบการสหกรณ์ออมทรัพย์ ปีบัญชี 2562
สอ.กฟผ. มีกำไรสุทธิ 4,879 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเกือบพันล้าน
สอ.มหาวิทยาลัยมหิดล รองแชมป์ และสอ.กฟภ. อันดับ 3

egat2562 4เป็นการจัดอันดับผลการดำเนินงานในรอบปีบัญขี 2562 โดย รวบรวมข้อมูล ณ วันปิดบัญชีของแต่ละสหกรณ์ จากแหล่งข้อมูลหลัก คือ รายงานกิจการประจำปีของแต่ละสหกรณ์ โดยแยกเป็นกรณีต่างๆ ที่เห็นว่าน่าสนใจ และนำเสนอเฉพาะ 10 ลำดับแรกของแต่ละกรณี ดังรายละเอียดต่อไปนี้
หมายเหตุ การจัดอันดับนี้มิใช่การจัดอันดับที่เป็นทางการ ผู้จัดมีวัตถุประสงค์ที่ต้องการนำเสนอเป็นข้อมูลสารสนเทศ และเพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้แก่สหกรณ์ที่มีผลการดำเนินงานในระดับแนวหน้าของแต่ละกรณ๊ในแต่ละปี
 10 อันดับแรกของผลการดำเนินงานสหกรณ์ออมทรัพย์ปี 2562
หมายเหตุ ไม่รวมสหกรณ์ออมทรัพย์ที่มีลักษณะพิเศษต่างจากสหกรณ์ออมทรัพย์ทั่วไป
(แหล่งข้อมูล - รายงานกิจการประจำปี/รายการย่อทรัพย์สินและหนี้สิน/ข่าวสหกรณ์ และสือออนไลน์ต่างๆ สำรวจถึงวันที่ 20/02/2563)
 
1. กำไรสุทธิ (ไม่รวมชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์)
1. สหกรณ์ออมทรัพย์การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย จำกัด 4,879 ล้านบาท
2. สหกรณ์ออมทรัพย์มหาวิทยาลัยมหิดล จำกัด 1,532 ล้านบาท
3. สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำกัด 1,489 ล้านบาท
4. สหกรณ์ออมทรัพย์พนักงานบริษัทการบินไทย จำกัด 1,394 ล้านบาท
5. สหกรณ์ออมทรัพย์ กทม. จำกัด 1,286 ล้านบาท
6. สหกรณ์ออมทรัพย์ครูบุรีรัมย์ จำกัด 1,265 ล้านบาท
7. สหกรณ์ออมทรัพย์ครูนครราชสีมา จำกัด 1,225 ล้านบาท
8. สหกรณ์ออมทรัพย์ครูขอนแก่น จำกัด 1,204 ล้านบาท
9. สหกรณ์ออมทรัพย์ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์ฯ จำกัด 1,171 ล้านบาท
10. สหกรณ์ออมทรัพย์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำกัด * 1,034 ล้านบาท
หมายเหตุ ชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์ กำไรสุทธิ 1,713 ล้านบาท ณ วันที่ 31 มีนาคม 2562

เกษตรกรและสถาบันเกษตรกรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2563

ผลการคัดเลือกเกษตรกร สถาบันเกษตรกร และสหกรณ์ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2563 ดังรายนามต่อไปนี้
 
เกษตรกรและบุคคลทางการเกษตรดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี พ.ศ. 2563 จำนวน 16 สาขาอาชีพ คือ
1) อาชีพทำนา ได้แก่ นางรจนา สีวันทา จ.สุรินทร์
2) อาชีพทำสวน ได้แก่ นายนิโรจน์ แสนไชย จ.ลำพูน
3) อาชีพทำไร่ ได้แก่ นายไชยสรรค์ อภัยนอก จ.นครราชสีมา
4)อาชีพไร่นาสวนผสม ได้แก่ นายบุญล้วน โพนสงคราม จ.หนองคาย
5) อาชีพปลูกหม่อนเลี้ยงไหม ได้แก่ นางสงวน ทิทย์ลม จ.นครราชสีมา
6) อาชีพเลี้ยงสัตว์ ได้แก่ นายศักรินทร์ สมัยสง จ.นครศรีธรรมราช
7) อาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืด ได้แก่ นายศุภสิทธิ์ เขื่อนแก้ว จ.เชียงราย
8) อาชีพเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำกร่อย ได้แก่ นายสุรกิจ ละเอียดดี  จ.สมุทรปราการ
9) อาชีพเพาะเลี้ยงปลาสวยงามและพรรณไม้น้ำ ได้แก่ นายพิบูลย์ชัย ชวนชื่น จ.สมุทรสาคร
10) อาชีพปลูกสวนป่า ได้แก่ นายศิริวัฒน์ ศรีสระคู จ.ร้อยเอ็ด
11) สาขาบัญชีฟาร์ม ได้แก่ นายยงยุทธ ประวัง จ.เลย
12) สาขาการพัฒนาที่ดินเพื่อเกษตรกรรม ได้แก่ นางชลาลัย ทับสิงห์ จ.นครสวรรค์
13) สาขาการปฏิบัติทางการเกษตรที่ดีสำหรับพืช ได้แก่ นางสมชาย เจริญสุข จ.ราชบุรี
14) ที่ปรึกษายุวชนเกษตรกร ได้แก่นายจิตตรง ธนันชัย จ.ภูเก็ต
15) สมาชิกกลุ่มยุวชนเกษตรกร ได้แก่ นางสาวจรรยา สิงหิ์โคตร จ.ชัยภูมิ
16) สาขาเกษตรอินทรีย์ ได้แก่ นายเมธี บุญรักษ์ จ.นราธิวาส

ร่างกฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติสหกรณ์-01

ร่างกฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสหกรณ์ (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 จำนวน 7 ฉบับ

ที่มา  :  ข่าวการเมือง 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562 17:12 น. —มติคณะรัฐมนตรี

------------------------------------------------

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวง จำนวน 7 ฉบับ ประกอบด้วย

  1. ร่างกฎกระทรวงกำหนดขนาดของสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน พ.ศ. ....
  2. ร่างกฎกระทรวงกำหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามอื่นของกรรมการดำเนินการสหกรณ์และผู้จัดการของสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน พ.ศ. ....
  3. ร่างกฎกระทรวงกำหนดอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการดำเนินการของสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน พ.ศ. ....
  4. ร่างกฎกระทรวงการดำรงเงินกองทุนของชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์และชุมนุมสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน พ.ศ. ....
  5. ร่างกฎกระทรวงธรรมาภิบาลของสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน พ.ศ. ....
  6. ร่างกฎกระทรวงการจัดทำบัญชี การจัดทำและการเปิดเผยงบการเงิน การสอบบัญชีและ การแต่งตั้งผู้สอบบัญชี พ.ศ. ....
  7. ร่างกฎกระทรวงการจัดเก็บและรายงานข้อมูลของสหกรณ์ออมทรัพย์และสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน พ.ศ. ....

ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เสนอ และให้ส่งสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตรวจพิจารณา โดยให้พิจารณาในประเด็นตามข้อสังเกตของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และให้รับความเห็นของกระทรวงการคลังไปประกอบการพิจารณาด้วย แล้วดำเนินการต่อไปได้ และให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รับความเห็นของกระทรวงการคลังไปพิจารณาดำเนินการต่อไปด้วย

ดูรายละเอียดได้จาก ...

www.fsct.com/fsct_main.php?f1=fsct_new.php&new=1815#sthash.D0gDM9Wg.hUuXo1sW.dpbs

สาระสำคัญ/ประเด็นการแก้ไข ของพ.ร.บ.สหกรณ์ฉบับแก้ไขปี 2562

สรุป....สาระสำคัญ/ประเด็นการแก้ไข ของพ.ร.บ.สหกรณ์ฉบับแก้ไขปี 2562 เทียบกับฉบับก่อน

พระราชบัญญัติสหกรณ์ฉบับใหม่ ปี 2562 (รวมฉบับที่ 1 พ.ศ. ๒๕๔๒ ฉบับที่ 2 พ.ศ. ๒๕๕๓ และฉบับที่ 3 พ.ศ. ๒๕๖๒) มีบทบัญญัติที่เป็นสาระสำคัญ และประเด็นที่มีการแก้ไข ดังนี้

law cooperative11. ประกาศในราชกิจจาเมื่อวันที่ ๒๐ มีนาคม พ.ศ.๒๕๖๒
2. มีผลใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป นั่นคือมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๒ เป็นต้นไป
3. บทนิยามคำว่าสหกรณ์เพิ่มข้อกำหนดคุณสมบัติสมาชิกต้องเป็นผู้มีสัญชาติไทย
4. การได้มาของกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาตินั้นกำหนด ให้กรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ ซึ่งเป็นกรรมการโดยตำแหน่งคัดเลือกผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในด้านการเงิน การตลาด การเกษตร กฎหมาย หรือดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เพื่อเสนอให้รัฐมนตรีแต่งตั้ง
5. กำหนดกรอบการประชุมคณะกรรมการการพัฒนาสหกรณ์แห่งชาติ คือ ให้มีการประชุมคณะกรรมการไม่น้อยกว่าปีละสี่ครั้ง
6. เพิ่มบทบาทหน้าที่ของคณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติ คือ ให้คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาบุคลากรสหกรณ์ คณะอนุกรรมการการลงทุน และอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการอื่นตามความจำเป็น โดยคำนึงถึงความเชี่ยวชาญในแต่ละด้าน เพื่อพิจารณาหรือกระทำการใด ๆ ตามที่คณะกรรมการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติมอบหมาย
7. ปรับปรุงในรายละเอียดของบทบาท และอำนาจหน้าที่ของนายทะเบียนสหกรณ์ เกี่ยวกับการดำเนินกิจการของสหกรณ์ในด้านระบบบัญชี การตรวจสอบกิจการ การดำเนินการเมื่อสหกรณ์มีข้อบกพร่องอันเกิดจากการปฏิบัติงานของคณะกรรมการดำเนินงานสหกรณ์หรือผู้เกี่ยวข้อง
8. ยกเลิกมาตรา ๒๖ เดิม มีผลทำให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียจากการถูกลงโทษที่ทำให้สหกรณ์มีข้อบกพร่อง ไม่สามารถอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการการพัฒนาการสหกรณ์แห่งชาติได้
9. สามารถเพิ่มประเภทของสหกรณ์ได้(ประเภทที่ ๘) จากเดิมที่มี ๗ ประเภท คือ (๘) สหกรณ์อื่นตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
10 ในกรณีที่นายทะเบียนสหกรณ์มีคำสั่งไม่รับจดทะเบียน ได้ยกเลิกสิทธิการอุทธรณ์ของคณะผู้จัดตั้งสหกรณ์

นโยบายการขับเคลื่อนภาคการเกษตร ปี 2563

นโยบายกระทรวงเกษตรฯ "การขับเคลื่อนภาคการเกษตร ปี 2563” เน้นทำงานเชิงรุก แก้ปัญหาปากท้องเกษตรกรครบทุกมิติ

ข่าวทั่วไป 3 มกราคม พ.ศ. 2563 13:58 น. —ThaiPR.net

----------------------------------------------

   นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า นายประภัตร โพธสุธน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมแถลงข่าว "มอบของขวัญปีใหม่ การขับเคลื่อนภาคการเกษตร ปี 2563" ณ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์มีความมุ่งมั่นตั้งใจในการขับเคลื่อนนโยบายสำคัญเพื่อขับเคลื่อนภาคการเกษตรไทยไปสู่อนาคตอย่างมั่นคง และยั่งยืน โดยยึดหลักบูรณาการการทำงานร่วมกัน และดำเนินการเชิงรุกเพื่อแก้ไขปัญหาปากท้องของพี่น้องเกษตรกรอย่างเร่งด่วน รวมถึงการเตรียมมาตรการรับมือกับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่กำลังจะเกิดขึ้นและอาจส่งผลกระทบกับเกษตรกรและประชาชนโดยตรง ซึ่งในวันนี้ กระทรวงเกษตรฯ เตรียมขับเคลื่อนนโยบายและแผนงานที่สำคัญในปี 2563 ประกอบด้วย

  1. การบริหารจัดการแหล่งน้ำทั้งระบบ
  2. ส่งเสริมการเกษตรปลอดภัยและเกษตรอินทรีย์
  3. ใช้ระบบตลาดนำการผลิต เพื่อแก้ไขปัญหาราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ/ล้นตลาด
  4. ลดต้นทุนการผลิต
  5. การบริหารจัดการประมงอย่างยั่งยืน
  6. การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้เกษตรกร
  7. จัดทำข้อมูลสารสนเทศด้านการเกษตรแห่งชาติ (National Agriculture Big Data) และศูนย์เทคโนโลยีทางการเกษตร (Agri-technology and innovation center: AIC)
  8. พัฒนาศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.)

คลิกดูรายละเอียดที่ https://www.cpd.go.th/cpdth2560/index.php/component/k2/newcpd_03jan2563_6

What data does the tracking snippet c